20.8.54

เปรียบเทียบระหว่าง iPhone และ Android

    ทุกวันนี้จะมองไปทางไหนก็จะพบเห็นแต่ละคนมีโทรศัพท์สมาร์ทโฟนใช้กันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นลูกเล็กเด็กแดง เด็กอนุบาลจนถึงคุณตา คุณยาย ก็สไลด์ปรื๊ดๆกันทั้งนั้น เรียกได้ว่าใครไม่มีก็ถือว่าเอาท์สุดๆ
    สำหรับสมาร์ทโฟนที่เป็นตัวหลักที่ห้ำหั่นกันอย่างสูสีในท้องตลาดขณะนี้ก็จะแยกตามระบบปฏิบัติการได้ 2 ค่ายใหญ่ๆ คือ iOS ที่ใช้ใน iPhone จากค่าย Apple และ Android OS จากค่าย Google หรือจำง่ายๆก็คือโทรศัพท์ที่เป็น iPhone และ Android
  





    โทรศัพท์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการแบบ iOS ได้แก่ iPhone 3 , iPhone 4 จากค่าย Apple(กำลังจะออก iPhone 5)
    โทรศัพท์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการแบบ Android ได้แก่ HTC , Samsung Galaxy , LG , Acer , Welcom, Motorola, Garmin Asus

     ได้มีการออกมาเปรียบเทียบกันระหว่าง iPhone และ Android จากทางทาง Lifehacker ซึ่งจะเน้นที่ไปที่ คุณสมบัติและความ สามารถของระบบปฎิบัติการ ของทั้งสอง ซึ่งไม่ได้เน้นที่ ประสิทธิภาพจากตัว Hardware โดยเปรียบเทียบกันแบบ หมัดต่อหมัด ฟีเจอร์ต่อฟีเจอร์ ว่าใครจะอยู่ใครจะไป
iPhone และ Android

*ภาพจาก lifehacker โดย Adam Dachis
** ถ้า iPhone ชนะ จะเป็นรูป Apple ถ้า Android ชนะจะเป็นรูปหุ่นยนต์ดีใจ
ส่วนถ้ามีรูป ทั้งสอง ก็แปลว่าเสมอกัน


ความง่ายในการใช้งาน

ผู้ชนะ : iPhone
iPhone สามารถใช้งานได้ง่าย และเข้าใจได้เร็ว ด้วยการใส่ปุ่ม (Home) ไว้เพียงปุ่มเดียวด้านหน้าไว้ที่ด้านหน้า
และเรียกใช้งาน App จากหน้า Home Screen ได้เลย ส่วน Android มีปุ่มหลายปุ่ม ทำหน้าที่ได้หลายอย่าง
ซึ่งก็ตามแต่ โทรศัพท์นั้นเป็นของผู้ผลิตค่ายไหนด้วย  ซึ่งทำให้หลายคนสับสนได้ ดังนั้นเรื่องความง่ายในการใช้งาน iPhone ต่อยมันขวาตรงเข้าหน้า Android อย่างจัง

การเปิดรับ

ผู้ชนะ : Android
ยังไงก็รู้ผลตั้งแต่ยังไม่ได้ขึ้นชก เพราะ iPhone เป็นระบบปิด ซึ่งต่างกับ Android อย่างสิ้นเชิงที่ กูเกิลพัฒนามาจาก Open source อย่าง linux นอกจากนั้น iPhone ยังควบคุม App ต่างๆ ต้องผ่านการ ยอมรับจากทาง Apple ก่อนด้วย ซึ่งต่างกับ Android


ความประหยัดพลังงานส่วนของแบตเตอร์รี่

ผู้ชนะ : iPhone
Apple ให้ความสำคัญมาก ๆ ในเรื่องของการประหยัดแบตแต่ข้อนี้ก็วัดกันลำบาก เพราะ Android มีหลากหลายรุ่นมาก hardware แตกต่างกันมากเหลือเกิน ซึ่งต่างกับ iPhone มีมีอยู่เพียงไม่กี่รุ่น แต่โดยรวมแล้ว iPhone ก็ยังใช้งานได้นานกว่า Android

การใช้งานหลายอย่างพร้อมกัน (Multitasking)

ผู้ชนะ : เสมอกันระหว่าง iPhone และ Android
หลังจากรอมานานกับ mulitasking ใน iPhone ซึ่งจะเพิ่มเข้ามา ใน iOS4 แม้จะไม่ใช่การสนับสนุน Multitasking เต็มรูปแบบเหมือนอย่าง Android แต่ก็แลกมาด้วยการประหยัดแบตไปได้อีกเยอะนัดนี้เลย เสมอกัน

ซอฟท์แวร์คียบอร์ด

ผู้ชนะ : iPhone
iPhone ทำการบ้านได้ดีกว่า ตัวซอฟต์คียบอร์ดของ iPhone จึงดีกว่าของ Android แต่ ด้วยความที่ Android ปรับแต่งได้ง่าย ดังนั้น จึงหา soft keyboard ที่ปรับแต่งให้ใช้งานได้ดีขึ้น ไม่อยากนัก แต่โดยรวมๆ แล้ว iPhone ชนะ เพราะดีมาตั้งแต่เปิดออกจากก่อนไม่ต้องไปหามาลงเพิ่มให้ยุ่งยาก

(แต่คงไม่ได้ตัดสินที่ keyboard ภาษาไทย ที่เอาสระไปรวมกัน มั่วไปหมดสำหรับ iPhone)


การค้นหาข้อมูลในตัวโทรศัพท์

ผู้ชนะ : เสมอกันระหว่าง iPhone และ Android
แม้ Android จะมาจากค่าย นักเสิร์ช อย่าง google แต่ก็ไม่สามารถ ชนะน๊อต นัดนี้ได้ ทั้งสองทำคะแนนในการค้นหา รายชื่อโทรศัพท์, เพลง, อีเมล, Note, ปฎิทิน และ App ได้เป็นอย่างดี ดูแล้วต้องบอกว่า Google เสียหน้าหน่อยนะ ถ้าไม่ใช่ชนะ

ระบบแจ้งเตือน

ผู้ชนะ : Android
ระบบแจ้งเตือน หรือ Notification ยังไม่ได้รับการปรับปรุงเท่าที่ควร สำหรับ iPhone ยิ่งเป็นมือถือที่ใช้งานง่ายแล้วด้วย น่าจะปรับปรุง ส่วนนี้ได้แล้ว เพราะการปรับแต่ง Notification ก็ดูงุนงง (บางครั้งก็อยู่ใน ส่วนของ App เอง บางทีก็อยู่ในส่วนของ Setting ใน OS)  ซ้ำยังสามารถแสดง การแจ้งเตือน ได้แค่ อันแรกอันเดียว ทำให้ผู้ใช้ ละเลยการแจ้งเตือนอันต่อๆ  มา ผิดกับ Android ที่ทำงานแจ้งเตือนได้ชาญฉลาดกว่า เพราะมี ระบบ pull down ให้เลือกดูการแจ้งเตือน

ระบบแปลงเสียงเป็นข้อความ (Voice-to-Text)

ผู้ชนะ : Android
ไม่ใช่เรื่องแปลกถ้า หมัดนี้ Android ชนะสบาย ๆ เพราะ Google เชี่ยวชาญเรื่องนี้อยู่แล้ว และมันสะดวกมาก ๆ ในการใช้งานด้วยเสียงแทนการใช้นิ้วพิมพ์ เพราะบางครั้ง เราก็ไม่สะดวกที่จะพิมพ์ อย่างขับรถ หรือเดินบนถนนอยู่ ซึ่งสำหรับ iPhone ไม่สามารถทำส่วนนี้ได้เลย นอกจากใช้ App เสริมเอาเอง * แต่สำหรับภาษาไทย ก็เดี้ยงทั้งสองนั่นแหละ

การ Sync กับคอมพิวเตอร์

ผู้ชนะ : Android
ด้วยความที่ว่า iPhone ไม่ค่อยจะเปิดการใช้งานอะไรนัก และมัก ควบคุมการใช้งานอย่างยิ่งยวด ทำให้ iPhone ล้าหลังมาก ๆ ในเรื่องการ Sync ข้อมูลกับคอมพิวเตอร์ ที่ต้องทำผ่าน iTune เท่านั้น และต้องเสียบสายอีกต่างหาก สมัยนี้อะไรมันก็ทำผ่าน ไร้สายกันแล้ว Android ทำส่วนนี้ได้ดี Sync ผ่าน Wireless ได้เลย เข้าไปยัง Google Account ซึ่งถึงคราวเปลี่ยนมือถือ เมื่อไหร่ ข้อมูลก็ Sync กลับมาได้อย่างง่ายดาย เพราะข้อมูลทุกอย่างอยู่กับ Google Account เรียร้อยแล้ว

การ Sync กับคอมพิวเตอร์ ที่ไม่ผ่านบริการ Google

ผู้ชนะ : iPhone
แม้ Android จะชนะในหมัดที่แล้ว แต่ถ้าลองดูว่าการ Sync ที่ไม่ใช่บริการของ Google Services ก็จะเห็นว่า ไม่สามารถ Sync กับบริการของเจ้าอื่นได้เลย ไม่ว่าจะเป็น outlook, iTune

การใช้โทรศัพท์ต่อเน็ตแทนโมเด็ม (internet Tethering)

ผู้ชนะ : ไม่มี
อันนี้ lifehacker พูดถึงเฉพาะ การใช้งานที่ อเมริกา

การออกการแก้ไขปัญหาและอัพเดตอย่างต่อเนื่อง

ผู้ชนะ : iPhone
ยุคนี้แล้ว ไม่ใช่แค่ hardware เทพอย่างเดียว ต้องรวมถึง mobile OS ด้วย ผู้ใช้ทุกคนต่างก็การแก้ไขบัก และฟีเจอร์ใหม่ ๆ ให้อัพเดตเพิ่มเติม ซึ่ง Apple ได้ทำส่วนนี้ได้อย่างเป็นระบบ เพราะจะมีการอัพเดต OS ใหม่ทุกปี เป็นอย่างน้อย ตามการออก ตัว iPhone รุ่นใหม่ (hardware) ซึ่งต่างกับ Android ที่มีความหลากหลายมาก ๆ ในด้าน hardware เพราะเป็นระบบเปิด มีคนนำไปใช้หลายเจ้ามากมาย ทำให้ กูเกิล มีปัญหากับการอัพเดต Android Phone อย่างมาก แต่กูเกิล จะปรับเปลี่ยนเป็นการออกอัพเดต OS ใหม่ทุกปี เหมือน ที่ Apple ทำกับ iPhone

แอฟฟลิเคชัน

ผู้ชนะ : เสมอกันระหว่าง iPhone และ Android
มีหลายคนอาจจะบอกว่า อะไรกัน iPhone มี APP เยอะกว่าตั้งเยอะ (ต่างกันเกือบ 4 เท่าตัว) แต่เดี๋ยวก่อน แม้จำนวนเยอะ ก็ไม่ได้หมายความว่า App จะดีไปด้วยทุกตัว (อาจจะเพราะว่า การควบคุม มากมายก่ายกองของ
Apple เอง ทำให้ Developer เองไม่ค่อยมีอิสระในการออก App ดังจากที่เห็นว่ามี Jail break App หลายตัวที่ดี และน่าใช้) และอีกประเด็นคคือ App เด่นๆ  ดัง ๆ และใช้งานดีขั้นเทพ ก็มักจะมีการออกมาทั้ง iPhone และ Android 
 การเล่นเน็ตผ่านมือถือ
ผู้ชนะ : เสมอกันระหว่าง iPhone และ Android
iPhone มาพร้อมกับ Mobile Safari Browser ซึ่งสามารถทำงานได้ดี ไม่มีงอแงง เรียกว่าเสถียรดีมาก ส่วน Android แม้จะทำงานได้ ไม่ดีเท่า Safari แต่ก็มีการสนับสนุน Flash ด้วย


เกม
ผู้ชนะ : iPhone
ต้องให้คะแนนเพราะความเก๋าของ iPhone ที่มีเกม ใน App Store อยู่เยอะมาก และเกมดังๆ ก็ port ลงใน iPhone เยอะด้วย แต่ Android ก็น่าจับตาอยู่ไม่น้อย แต่นาทีนี้ iPhone ที่ Nintendo มองเห็นเป็นคู่แข่ง สำหรับเกมมือถือแล้ว ก็คงไม่ธรรมดา

ความสามารถทางด้านฟังเพลง

ผู้ชนะ : iPhone
แม้ว่า Android จะทำอะไรได้หลายอย่าง แล้วก็ดีซะด้วย แต่สิ่งหนึ่งที่ ผู้ใช้บ่นกันอุบ ก็คือ ส่วนของ media player ซึ่งผิดกับ iPhone ที่เอา media player ระดับเทพที่ใช้ใน iPod ลงมาใช้  งานนี้ iPhone จึงรักษาแชมป์ไว้ได้

ระบบนำทาง GPS แบบ Turn by Turn แบบแจกฟรี

ผู้ชนะ : Androidแน่นอน Android ชนะขาด เพราะแจกระบบนำทางมาให้ใช้ฟรี ๆ พร้อมตั้งแต่เปิดเครื่อง ส่วน iPhone ต้องไปซื้อเอาเองจากใน App Store ซึ่งราคาก็ไม่ใช่น้อย

การผสานเข้ากับ Google App

ผู้ชนะ : Androidยังไงก็ต้องยกให้ Android เพราะผสมการใช้งานกับ Google App ต่างๆ ได้อย่างลงตัว ซึ่ง Apple ได้กีดกัน
Google ที่มองดูเป็นคู่แข่งอยู่แล้ว

ใช้งานกับ Google Voice

ผู้ชนะ : Androidเหตุผลง่ายๆ เลยคือ Google Voice มันดีมาก ซึ่ง iPhone ไม่ยอมให้มีใช้

การปรับแต่ง

ผู้ชนะ : AndroidiPhone ที่แม้จะอัพเดตเป็น iOS4 ก็เพิ่มความสามารถในการปรับแต่ง หน้าตาได้แค่ เปลี่ยน wallpaper และ background image ได้เอง ซึ่งเป็นของเสียมาตั้งแต่แรก สำหรับ iPhone ที่ทำให้ดูน่าเบื่อ ได้ง่าย ผิดกับ Android ที่แทบจะแต่งอะไรได้สารพัด
คะแนนโดยรวม Android เป็นผู้ชนะ ด้วยคะแนน 13 : 11


แม้ว่า Android จะเป็นฝ่ายชนะในครั้งนี้ โดยส่วนตัวแล้ว ผู้เขียนบทความจาก lifehacker ก็เป็นแฟนตัวยงของ บริการต่างๆ ของ Google Mobile service เป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วย ซึ่งบริการต่างๆ มันก็ (เจ๋งจริง ๆ นั่นแหละ) และเน้นมองประเด็นในด้านของ ผู้ใช้โทรศัทพ์เป็น เซียนนักใช้ฟีเจอร์ต่างๆ (power user)
     ส่วนใครที่กำลังมองหาโทรศัพท์สมาร์ทโฟนซักเครื่องไว้ใช้งานก็คงต้องตัดสินใจด้วยตนเอง เพราะแต่ละค่ายก็จะมีดีแตกต่างกันไปคนละแบบ ทั้ง iPhone และ Android ก็ไม่ได้ต่างกันมาก แต่ปัจจัยที่ทำให้เรารู้สึกแตกต่างก็คงเพราะความสามารถด้านการตลาดของเขา ที่ทำให้เรามีความเชื่อว่าของเขานั้นดีจริงๆ

1 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ14/7/55 00:52

    HOT!! ใครกำลังเก็บเงินซื้อ samsung galaxy s 3, iPhone 4s อยู่บ้าง...เจนใช้เวลาแค่ 13 วันเองค่ะ.. ได้ samsung galaxy s3 มาแล้วค่ะบางมาก..ถ้าอยากได้ ลองดูที่นี่นะคะ.....http://parttime.workjn.com

    ตอบลบ